เลี้ยงปลาตู้ ปลาสวยงาม ชั้นหรือที่ตั้งของตู้ปลา เกร็ความรู้เรื่องปลา






ชั้นหรือที่ตั้งของตู้ปลา

ที่จริงที่ไหนๆก็ตั้งตู้ปลาได้ถ้าไม่กระทบกระเทือนถึงปลา เช่นไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดจนปลาอยู่ไม่เป็นสุขแล้ว ก็น่าจะตั้งตู้ปลาได้ทั้งนั้น แต่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วแต่ต้นว่า เราเลี้ยงปลาจำพวกนี้ไว้ดูเล่นกัน ไม่ใช่เลี้ยงไว้กินเลี้ยงไว้แกง เพราะฉะนั้นการจะตั้งตู้ปลาที่ตรงไหน จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องรู้ดีกว่าผู้อื่น ถ้าเป็นเพียงปลาตู้สองตู้ก็คงจะไม่สู้จะยุ่งยากอะไรนักเพียงแต่หาโต๊ะที่พอจะตั้งตู้ปลาตู้สองตู้นั้นได้มาวางที่ตรงไหนก็ได้ แต่ถ้าปลาจำนวนมากๆ ตู้ด้วยกันแล้ว การแยกตั้งที่โน่นตู้ที่นี่ตู้ ก็อาจจะทำให้เราชมปลาของเราได้ไม่สะดวก 

คือต้องลุกต้องเดินไปดูตู้โน้นตู้นี้ที สู้ตั้งรวมกันอยู่ใกล้ๆ กันน่าจะดีกว่า และสะดวกสบายกว่า เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงใคร่แนะนำให้ท่านใช้ชั้นซึ่งทำด้วยไม้ยางชิ้นเล็กๆ อย่างง่ายๆ ราคาก็ถูกๆ และไม่เก้งก้างเทอะทะ ทั้งน้ำหนักก็เบายกย้ายไปไหนมาไหนได้สะดวกดังนี้




 1.ใช้ระแนงไม้ยาง เลือกเอาท่อนตรงๆ ที่ใสแล้ว และมีขนาดสม่ำเสมอกัน โตไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตรสี่เหลี่ยม ยาวแล้วแต่จำนวนตู้ที่จะตั้ง (แต่ก็ต้องดูขนาดยาวของไม้ตามท้องตลาดประกอบด้วย) เอามาประกอบเป็นโครง สูงไม่เกินระดับสายตาของคนเราโดยทั่วๆ ไป คือราวๆ 65 เซนติเมตร
            
2. กะให้ระดับแนวของไม้ชั้นบน สูงจากฝาตู้ที่อยู่ชั้นล่างประมาณ 6 นิ้วฟุตหรือประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกเวลาจะทำความสะอาดของตู้ปลาหรือให้อาหารปลา
            
3.กะให้ส่วนยาวของแต่ละช่วงที่จะวางตู้ปลายาวกว่าตู้ปลาข้างละ 1 เซนติเมตร เช่นถ้าตู้ปลาของท่านยาว 30 เซนติเมตร ก็กะให้ชั้นนั้นกว้าง 31 เซนติเมตร ถ้าชั้นหนึ่งจะตั้งตู้ปลา 4 ตู้ ก็ต้องยาว 124 เซนติเมตร บวกด้วย 1 เซนติเมตร เท่ากับยาวทั้งสิ้น 128 เซนติเมตร
           
4.กะให้ส่วนลึก (หมายถึงนะยะจากด้านหน้าเข้าไปถึงด้านหลัง) มากกว่าส่วนกว้างของตู้ปลาประมาณข้างละ 1 เซนติเมตร เช่นถ้าตู้ปลากว้าง 20 เซนติเมตร ส่วนลึกของชั้นวัดจากผิวไม้ระแนงตัวนอนด้านหน้าไปจดผิวไม้ระแนงตัวนอนด้านหลัง หรืออีกนัยหนึ่งวัดจากริมในของชั้นก็ราวๆ 21 เซนติเมตร
            
5.เมื่อกะเรียบร้อยแล้วก็เลื่อยไม้ระแนงออกตามจุดที่กำหนดไว้ เช่น ตัวขวางขนาดยาวเท่ากับส่วนลึกของชั้น รวมเป็นจำนวนเท่ากับ จำนวนตู้ปลาทั้งหมดที่จะตั้งบวกด้วยหนึ่งสำหรับไม้ชิ้นขนาดนี้ในชั้นหนึ่งและอีกจำนวนหนึ่งสำหรับยึดตอนบนสุด เท่ากับ จำนวนที่กะไว้สำหรับตั้งตู้ปลาในชั้นหนึ่งๆ แต่ให้ยาวกว่าอีก 2 เท่าความกว้างของไม้ระแนงนั้น
          
6. กะและเลื่อยไม้ระแนงตัวตั้งอีกชุดหนึ่ง ให้มีขนาดยาวเท่าส่วนสูงของตู้ปลา บวกด้วยอีก 6 นิ้วหรือ 15 เซนติเมตร จำนวนเท่ากับจำนวนตู้ปลา บวกด้วยสองสำหรับใช้ในชั้นหนึ่งๆ และอีกจำนวนหนึ่งสำหรับใช้ที่ใต้ชั้นล่างสุด โดยมีความยาวเท่ากับส่วนสูงของระดับชั้นล่างสุดที่ต้องการ และมีจำนวนเท่ากับที่กะไว้สำหรับตู้ชั้นหนึ่งๆ บวกด้วย 2
            
7. เอาไม้ที่เลื่อยแล้วในข้อ 6 มากะทาบกับไม้ระแนงท่อนยาวที่ดัดแล้ว ซึ่งมีขนาดยาวเท่ากับจำนวนชั้นที่จะตั้งตู้ปลานั้น โดยเริ่มตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นมาแล้วเย็บไม้ที่วางทาบนั้นกับไม้ท่อนยาว ด้วยตะปูขนาด 1 นิ้ว ชนิดผอมเพื่อกันไม้แตกร้าว ยึดประมาณท่อนละ 3 ตัว ทำไว้เช่นนี้จำนวนเท่ากับตู้ปลาที่ในชั้นหนึ่งบวกด้วย 2 (คือโครงหน้าหนึ่งชุดและโครงหลังอีกหนึ่งชุด) ยกเว้นชั้นบนเพราะไม่ต้องรับน้ำหนักอะไร
            
8. เอาไม้ที่เลื่อยไว้ในข้อ 5 มาตีทับปลายโครงไม้ที่ทำไว้ในข้อ7 โดยจัดให้ปลายทับปลาย แล้วใช้ตะปูเย็บเพียงปลายละตัวก็พอ ถ้าใช้มากปลายไม้อาจจะแตกและเสียกำลัง
            
9.ทำซ้ำตามข้อ 7 และข้อ 8 จนครบทุกชั้นเสร็จแล้วจับโครงไม้ที่ประกอบแล้วนี้นอนลง ตีตะปูยึดจากไม้ยาวชิ้นนอกเข้าไปจับชิ้นในที่ขวางอยู่ชิ้นละตัวๆ จนครบทั้ง 2 ด้าน แล้วตีไม้ยาวขวางเป็น X ที่ด้านหลังของโครงไม้นี่ เพื่อกันโย้รวน แล้วจึงจับตั้งขึ้นใหม่ เอาตู้ปลาเข้าบรรจุตามช่องตามชั้นทุกชั้นจนครบ แล้วจึงใส่น้ำเข้าตู้ปลา แต่ในการใส่น้ำตู้ปลานี้ ควรใส่ตู้ชั้นล่างก่อน แล้วจึงค่อยๆ ใส่ตู้ที่เหนือๆ ขึ้นไป เพื่อป้องกันมิให้ชั้นล้ม และควรใช้ลวดยึดโครงด้านในตอนบนๆ ไว้กับฝาที่แอบชั้นปลานี้ไว้ด้วย


ชั้นที่ตั้งตู้ปลาแบบนี้ มองดูเผินๆ จะรู้สึกบอบบางมาก ดูไม่น่าจะรับน้ำหนักอะไรได้เลย แต่ความจริงไม้ระแนงที่เป็นตัวตั้ง ตั้งแต่ชั้นบนยาวตลอดลงไปจรดพื้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งดูเล็กนิดเดียวนั้นหาได้รับน้ำหนักอะไรจริงจังได้ เพราะไม้ชิ้นนี้รับน้ำหนักจริง คือตัวที่แอบอยู่ด้านในและตีทาบไว้กับไม้ยาวด้านหน้านั้นซึ่งมองไม่ค่อยเห็นนั่นต่างหากที่ช่วยรับน้ำหนักอยู่ เลยทำให้เป็นชั้นที่แข็งแรงใช้การได้ ทั้ง ๆ ที่รู้สึกโปร่งเบา แต่ก็น่าดูดีมาก ยิ่งถ้าได้ทาสีเสียให้รับกับตู้ปลาของท่าน เช่น สีฟ้าปนสีเทาอ่อนๆ หรือ Light Bluish Gray เป็นต้น ก็จะยิ่งหน้าดูยิ่งขึ้น

ข่าวสารปลา เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาตู้ ปลาสวยงาม www.natfishtank.com





เลี้ยงปลาตู้ ปลาสวยงาม ออกแบบตู้ปลา การประดับตู้ปลา ตู้ปลาสวยงาม






การประดับตู้ปลา
            
โดยมากเราเลี้ยงปลาตู้ไว้ดูเล่นกันเพราะฉะนั้นการได้เห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมาจึงเป็นสิ่งที่เราต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้ปลาในที่ที่ค่อนข้างจะมืด ซึ่งเราไม่อาจจะอาศัยต้นไม้เป็นฉากกำบังด้านหลังของตู้ปลาได้และถ้าหลังตู้ปลามีอะไรเกะกะอยู่ หรือเป็นฝาบ้านที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยด้วยแล้ว ก็อาจจะทำให้ทัศนียภาพในขณะที่ปลากำลังว่ายอยู่ไปมาอย่างน่าชมนั้น พลอยลดความน่าดูไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงควรจะมีอะไรมาประดับประดาที่กระจกด้านหลังของตู้ปลาไว้บ้าง เช่น เอาภาพที่มีวิวเป็นภูเขา เป็นน้ำ เป็นลำธารที่สวยๆ งามๆ ไปปิดโดยเลือกเอาภาพที่มีสีขาวๆ หรืออ่อนๆ ไปใช้กับตู้ที่อยู่ทางด้านที่สว่างกว่า แล้วเลือกเอาปลาที่มีสีเข้มๆ ไปเลี้ยงในตู้ที่มีภาพอ่อนๆ หรือภาพที่โปร่งตาประดับ ส่วนปลาที่มีสีอ่อนๆ ก็เอาไปไว้ในตู้ซึ่งมีฉากที่ทึบกว่า ทั้งนี้เพื่อให้มีส่วนที่ตัดกันระหว่างตัวปลากับฉากพอน่าดูบ้าง แต่ถ้าภาพที่ใช้เป็นฉากนั้นมีอะไรที่จุกๆ จิกๆ ละก็ อย่าเอาปลาตัวเล็กๆ เข้าไปเลี้ยง เพราะจะแลดูเปรอะและไม่ค่อยเห็นตัวปลา ลานตาไปหมด



วิธีประดับตู้ปลา แบบนี้ไม่ยากลำบากอะไรเลยเพียงแต่หาปฏิทินฝรั่งใหญ่ๆมากะทาบเข้าทางด้านที่จะปะตัดภาพนั้นให้กว้างยาวพอดีกันกับกระจกตู้ปลาด้านที่จะปะนั้น แล้วใช้แป้งเปียกที่สุกแล้ว ทางริมๆของปฏิทินหรือภาพนั้น แล้วก็เอาไปปะเข้าให้เรียบร้อยเท่านั้นเองเมื่อมองดูทางด้านหน้า ก็จะแลเห็นทั้งปลาและฉากสวยงามน่าดูยิ่งขึ้น บางคนใช้สีทาแทนฉากแต่วิธีนี้ยากลำบากกว่า และสิ้นเปลืองกว่า ทั้งประดักประเดิด และเมื่อต้องการจะเปลี่ยนฉากเปลี่ยนภาพ ก็ไม่อาจทำได้ง่ายๆ เหมือนใช้ปะด้วยปฏิทิน ซึ่งเมื่อได้ปฏิทินใหม่ๆ สวยๆ มา ก็ฉีกของเก่าออก เอาแผ่นใหม่เข้าไปปะแทน โดยก่อนปะก็ใช้ผ้าชุบน้ำลูบถูตามรอยเดิมออก แล้วเช็ดให้แห้งเท่านั้นเอง ก็ปะอันใหม่เข้าไปได้ การใช้ฉากจะช่วยให้ตู้ปลาของท่านมีชีวิตชีวาน่าดูขึ้น ดีกว่าจะปล่อยว่างให้เห็นกำแพงหรือฝาผนัง หรืออะไรอื่นที่ด้านหลังของตู้ปลา ซึ่งย่อมจะทำให้เสียความงามไปมาก


ข่าวสารปลา เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาตู้ ปลาสวยงาม www.natfishtank.com





คู่มือการเลี้ยงปลา ปลาตู้ ปลาสวยงาม กรณี ตู้ปลารั่ว ควรทำอย่างไร?



ถ้าตู้ปลารั่ว ท่านจะทำอย่างไร

ตู้ปลาที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โดยมากเป็นตู้ที่มีโครงลวดกับสังกะสีเป็นกรอบ จับยึดกระจกด้านข้างอยู่ 4 ด้าน ส่วนด้านล่างหรือที่พื้นตู้ มีกระเบื้องกระดาษแตกร้าวก็อาจทำให้สังกะสีที่รองพื้นผุเร็ว และรั่วได้ในที่สุดการอุดยาอาจใช้ซีเมนต์หล่อทับ แต่ก็คงจะเพิ่มน้ำหนักให้หนักยิ่งขึ้น ถ้าใช้กระจกตัดมาให้เข้ากับพื้นตู้ได้โดยใช้ชันปั่นเป็นเส้นโตประมาณสองหุน หรือ 6 มิลลิเมตรวางชันทาบไปตามพื้นกระเบื้องกระดาษที่แตกร้าวนั้น และตามขอบพื้นโดยรอบ แล้วใช้กระจกแผ่นนั้นค่อยๆ กดทับลงไป

จนกระทั่งชันทะลักออกมาโดยรอบ หลังจากนั้นก็ใช้ชันซึ่งปั่นเตรียมไว้ก่อนแล้วเป็นเส้นยาวๆ วางทาบลงไปบนกระจกตามขอบพื้นตู้นั้นโดยรอบอีก แล้วค่อยๆ ใช้นิ้วกดชันใหม่เข้ากับชันเก่าที่ทะลักขึ้นมานั้นโดยกดดันไปทางมุมของพื้นตู้นั้น เพื่อให้ชันจับทั้งกระจกพื้นและกระจกข้างตู้โดยรอบ การกดชันก็ต้องกดแต่พอสมควร โดยอาศัยน้ำมันยางคอยแตะนิ้วอยู่เสมอๆ มิฉะนั้นชันอาจจะกลับถูกดึงติดมือขึ้นมา แล้วเลยทำให้เสียเวลากันใหญ่


แต่ตู้ปลาที่รั่วๆ กันโดยมากนั้น มักจะซึมหรือรั่วกันตามขอบๆ ตู้ซึ่งอาจเป็นเพราะยาชันกันไม่ทั่วถึงหรือไม่แน่นพอปล่อยให้มีช่องอากาศอยู่ในชันมากทำให้น้ำดันเล็ดลอดออกมาได้ 

เช่น ชันจับกระจกไม่สม่ำเสมอกัน เป็นต้น หรือบางตอนว่างไปเลยก็มี เพราะเมื่อจะเอากระทกทาบอัดลงไป ไม่ได้ทำให้ชันมีความสม่ำเสมอกันดีเสียก่อน เลยทำให้ชันจับกระจกหนาบ้างบางบ้าง จนบางตอนทนกำลังดันของน้ำไม่ไหว ทำให้ชันนั้นโปร่งออกมาจนปริก่อนน้ำจะซึมออกมาได้ ถ้าตู้ปลาของท่านรั่วอย่างนี้ละก็วิธีแก้ไขที่ได้ผลแน่นอนที่สุดก็คือ เอาปลาออกเสียให้หมดตู้ เทน้ำทิ้งเสียให้หมด เช็ดตู้ให้แห้งสนิทปล่อยตู้นั้นให้หายชื้นเสียก่อน ควรจะคว่ำตู้ลงบนท่อนไม้พอให้มีโอกาสโกรกได้เพื่อให้น้ำไหลออกให้หมดเรื่องน้ำหรือความชื้นที่ตู้ปลารั่วนี้ ไม่จำเป็นจะต้องกำจัดให้หมดเวลาจะยาหรืออุดรูรั่วทุกครั้งไป ไม่ว่าจะอุดจะยากันด้วยวิธีใดก็ตาม แล้วจึงใช้ชันจุกหรืออุดที่ด้านใน ตามมุมหรือแง่ตู้ตามจุดที่รั่วนั้นแต่ถ้ารั่วเป็นแนวยาวๆ
แล้วทางที่ดีก็คือ อุดเหมือนอย่างวิธีที่กล่าวข้างต้น คือใช้ชันปั้นเป็นก้อนกลมโตประมาณสองหุน วางทาบลงไปตามมุมข้างของตู้ แล้วแต่ว่าจะรั่วที่ตรงไหนถ้ารั่วหลายจุด ทางที่ดีก็ยาตลอดไปทั้งแนวเลย เพื่อไม่ให้น่าเกลียดเมื่อวางชันลงไปตามจุดที่รั่วแล้วก็ค่อยๆ กดลงๆ จนกระทั่งแน่นสนิทกับมุมตู้นั้น ปล่อยทิ้งไว้สักวันหนึ่งหรือสองวันก็พอ ในที่ที่มีลมโกรกได้ทั่วถึง เพื่อให้ชันและน้ำมันยางที่ทาไว้แห้ง แล้วจึงค่อยเอาน้ำใส่เข้าไปลองดูก่อนสักสองสามชั่วโมง หลังจากนั้นก็เปลี่ยนน้ำที่รองออก แล้วเอาน้ำที่จะเลี้ยงปลาจริงๆ ใส่เข้าไปให้เต็มก่อน แล้วจึงปล่อยปลาลงไป




ข้อสังเกตในการอุดยาปลาตู้ด้วยชันก็คือ อย่าอุดยาที่ด้านนอกชันจะทานกำลังดันของน้ำไม่ไหวถึงจะใช้ชันก้อนโตสักเพียงไร 

โดยมากน้ำก็ซึมออกมาได้นอกจากจะใช้ชันโตมากจนน่าเกลียด การยาชันที่นอกตู้โดยมากชันไม่ค่อยติด เพราะน้ำซึมอยู่ตลอดเวลา จึงควรยอมเสียเวลาทำอย่างที่กล่าวมาข้างต้น จะแน่นอนและเรียบร้อยสวยงามกว่าการอุดยาจากด้านในของตู้นอกจากจะได้ผลน้ำไม่รั่วต่อไปแล้วยังจะช่วยให้ตู้มีความแข็งแรงดีขึ้นอีกด้วย เพราะนอกจากน้ำในตู้จะช่วยดันชันให้แน่นกระจกยิ่งขึ้นแล้ว ยังจะทำให้กระจกยึดกันแน่นหนาดีขึ้นด้วย สาเหตุที่ทำให้ตู้ปลารั่วได้อีกประการหนึ่งก็คือ การรีบตัดเฉือนเอาชันซึ่งทะลักออกมาริมๆ กรอบสังกะสี เนื่องจากชันยังใหม่อยู่ในระยะที่ไม่แข็งตัวพอเมื่อถูกกำลังดันของน้ำมากๆ เข้าที่ทะลักออกมาชันที่ทะลักออกมานี้ควรจะปล่อยไว้ก่อน จะดีกว่าที่จะรีบไปตัดไปเฉือนออกเพราะถ้ารีบตัดรีบเฉือนออกเร็วเกินไปชันที่อยู่ภายในก็อาจทะลักออกมาอีก

เมื่อชันทะลักออกมามากๆ เข้า ก็หมดกำลังที่จะป้องกันน้ำไม่ให้รั่วไม่ให้ซึมได้ควรจะปล่อยไว้สักระยะหนึ่ง เพื่อให้โอกาสชันได้แข็งตัวบ้าง แล้วจึงค่อยใช้มีดที่มีปลายแหลมและคมกรีดออก จะได้ผลเรียบร้อยดีกว่า ในต่างประเทศเมื่อตู้ปลามีรอยรั่วซึม เขาก็ใช้น้ำมันชนิดหนึ่งซึ่งเรียกกันว่า Spar Varnish ฉีดไปตามแนวที่รั่วหรือซึมนั้น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 12 ชั่วโมงก็เอาตู้ปลาไปใช้การได้ หรือบางทีถ้าซึมเพียงเล็กน้อย เขาก็ใช้ในประมาณสักกำมือหนึ่งลงไปคนที่ในตู้ปลานั้น ซึ่งก็อาจช่วยให้หยุดซึมไปได้บ้างเหมือนกัน


ข่าวสารปลา เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาตู้ ปลาสวยงาม www.natfishtank.com





เกร็ดความรู้การเลี้ยงปลา ปลาสวยงาม ปลารังควาน หรือ ปลาอันธพาล





ปลารังควาน
ในหมู่คนเราย่อมมีทั้งคนดีและคนเลวในฝูงปลาก็เช่นเดียวกันอาจจะมีปลาอันธพาลรวมอยู่ด้วยก็เป็นได้ ปลาจำพวกนี้ฝรั่งเรียกว่า Bullies เช่น ปลาดีๆ บางตัว ความจริงสันดานเดิมก็มิได้เลวร้ายอะไรแต่เมื่อรู้สึกว่ามีเพื่อนฝูงจะหนีตัวก็เลยถือเอาเป็นกีฬาของตัวเองไปคอยไล่ตัวที่ชอบหนีอยู่เรื่อยๆจนกระทั่งเหนื่อยอ่อน และบางตัวก็ถึงกับไม่เป็นอันกินอันนอน ในที่สุดถึงตายไปเลยก็มี 


เพราะปลาเช่นนี้ถือว่าในขณะที่ปลาอื่นหม่นหมองนั้นตัวเองกลับสนุกสนานและคนที่เป็นทุกข์หรืออยู่ไม่เป็นสุขไปด้วยก็คือเจ้าของปลาเพราะถ้าขืนปล่อยไว้ก็จะต้องเสียปลาตัวใดตัวหนึ่งไปแน่เพราะฉะนั้นจึงต้องคอยคัดเอาปลาอันธพาลออกไปเสียหรือแยกไปเลี้ยงไว้ต่างหากสักพักหนึ่ง เหมือนๆกับพวกเด็กปัญญาอ่อน ซึ่งต้องจัดหาที่ให้อยู่กันเป็นสัดเป็นส่วน เป็นต้น หรือจะเอาไปเลี้ยงไว้ในตู้ที่มีแต่ปลาใหญ่ๆ กว่าก็ได้ เพื่อเป็นการดัดนิสัยไปเป็นสงบเสงี่ยมขึ้น เพราะปลาก็เหมือนกับไก่ที่เป็นตัวพ่อเล้า เมื่ออยู่ในเล้าของตัวเองก็เก่ง ไล่กวดไล่ต้อนตัวอื่นอยู่เสมอๆ แต่พอออกจากเล้าของตัวเองไปแล้ว ก็ใช่ว่าจะเที่ยวไล่ตีตัวอ่อนได้เรื่อยๆไปเสมอไม่

ข่าวสารปลา เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลา เลี้ยงปลาตู้ ปลาสวยงาม www.natfishtank.com




เลี้ยงปลาสวยงาม การเปลี่ยนแสงอย่างกะทันหันในบริเวณที่ตั้งตู้ปลา






การเปลี่ยนแสงอย่างกะทันหันในบริเวณที่ตั้งตู้ปลา
     
การโยกย้ายที่ตั้งตู้ปลาจากอีกที่หนึ่งไปยังที่หนึ่งนั้น ถ้าไม่คิดก็ไม่มีอะไรที่น่าคำนึงถึงนัก เพราะถ้าสถานที่ใหม่มีสภาพไม่เห็นแตกต่างอะไรกันกับที่เก่าเท่าไดแล้ว ก็ไม่น่าจะต้องวิตกกังวลอะไร แต่ขอให้ลองนึกถึงคนเราเมื่อเดินอยู่ในที่สว่างๆ แล้วต้องเข้าไปอยู่ในที่มืดๆ หรือว่าเคยอยู่ในที่มืดๆ แล้วกลับต้องออกไปอยู่ในที่สว่างๆ นึกดูว่าความเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นจะทำให้เรารู้สึกอย่างไรบ้าง เช่น หน้ามืดตาลายหรือแสบตารำคานใจอย่างน้อยก็พักหนึ่งละ ปลาก็เช่นเดียวกัน ถ้าเคยอยู่ในที่ที่มีแสงแต่สลัวๆ แล้วถูกย้ายออกไปให้อยู่ในที่ๆสว่างจ้า ปลาก็รำคานแน่ แต่ถ้าจำเป็นเราก็ควรหากระดาษอะไรมากำบังแสงในตอนที่จัดๆ ไว้บ้าง 

พอบรรเทาเป็นระยะๆ ไปแล้วจึงค่อยๆ เลิกทำไปในภายหลังจะดีกว่า เพื่อช่วยให้ปลาได้เป็นสุขขึ้นบ้าง เพราะความไม่เคยชินมาก่อน แม้กระทั่งการเปิดไฟฟ้าใกล้ๆ ตู้ปลาก็เช่นเดียวกันควรจะให้ความเมตตาปรานีแก่ปลาบ้าง คืออย่าปิดไฟให้มันบ่อยนัก ปลาอาจจะตกใจหรือรำคานจนไม่เป็นสุข เพราะเสียงแก๊กของสวิตซ์ไฟฟ้าและแสงไฟที่ประเดี๋ยวมืดนั้น ทำให้ปลาสะดุ้งรำคานอยู่ตลอดเวลา






การเคาะตู้ปลา เลี้ยงปลาตู้ ทำเช่นนี้มีผลได้ไม่เท่าเสีย ห้ามทำเด็ดขาด!







การเคาะตู้ปลา
มีผู้เลี้ยงปลาบางคนอยากจะสังเกตดูปลาของตนให้ถนัด แต่ปลาก็ไม่หันมาให้ดูเหมาะๆ สักที จึงใช้วิธีเคาะตู้ปลาเพื่อหวังที่จะให้ปลาหันมาตามที่ต้องการ แต่ความจริงการทำเช่นนี้มีผลได้ไม่เท่าเสียเพราะปลาที่กำลังว่ายอยู่ในตู้ก็เหมือนกับคนที่กำลังเดินอยู่ริมถนนเมื่อถูกตะโกนหรือถูกเสียงแตรรถแป๊ดขึ้นใกล้ๆ โดยไม่ทันรู้ตัวบางคนอาจจะกลับวิ่งเข้าไปหารถเสียด้วยซ้ำไปทันใดก็ดี ปลาก็เช่นเดียวกัน เมื่อกำลังว่ายอยู่อย่างเพลิดเพลินเมื่อเราไปเคาะตู้ปลาเข้า 


น้ำจะเป็นพาหะของเสียงไปเข้าหูของปลาทำให้ปลาซึ่งไม่เข้าใจภาษาคนอยู่แล้วตกใจ และเกิดความหวาดกลัวอลหม่านกันยกใหญ่ก็เป็นได และปลาบางชนิดนั้น Sensitive หรือมีประสาทไวมาก จนกระทั่งแม้ปิดสวิตซ์ไฟดังแก๊กเดียวที่ใกล้ๆ ตู้ปลา ก็ว่ายกันเพ่นพ่านแล้ว บางครั้งผู้เขียนเคยสังเกตดูปลาที่เลี้ยงไว้ในขณะที่ผู้เขียนนั่งดูอยู่ที่ตู้หนึ่ง แต่พอจะขยับตัวลุกขึ้นเท่านั้นปลาอีก 3 - 4 ตู้ก็ว่ายกันพรวดพราด หรือสะบัดน้ำกันขึ้นไปเปียกฝาตู้เลอะเทอะไปหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาจูบเป็นต้น เพราะความที่ตกใจนั่นเอง

ติดตามข่าวสารคนเลี้ยงปลา ตกปลา  ปลาตู้ ได้ที่นี่ www.natfishtank.com



เลี้ยงปลาตู้ อุปกรณ์ตกปลา อุปกรณ์ตักปลาตู้ สวิงหรือที่ช้อนปลาตู้






สวิงหรือที่ช้อนปลาตู้
              
โดยมากนักเลี้ยงปลาใหม่ๆ มักไม่ค่อยจะสนใจกับเรื่องสวิงหรือที่ช้อนปลาซึ่งฝรั่งเราเรียกเหมือนๆ กันว่า Net เพราะอาจคิดว่าไม่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร ความจริงสวิงหรือที่ช้อนปลานั้นมีบทบาทสำคัญแก่นักเลี้ยงปลาตู้มาก เพราะจำเป็นต้องอาศัยเมื่อโยกย้ายปลา หรือทำความสะอาดตู้ปลา ซึ่งบางทีก็ต้องเอาปลาออกจากตู้เสียก่อน เพราะฉะนั้นถ้าสวิงไม่ดี เช่น เล็กไป โตไป หรือลึกไป อู้น้ำมากเพราะใช้ผ้าหนาทึบเกินไป อะไรต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้เกิดความไม่สะดวกจับปลาไม่ค่อยได้ หรือได้แต่บางทีปลาก็ไม่ปลอดภัย เช่น เกล็ดหลุด ทางขาด ครีบฉีก เพราะผ้าที่ใช้ทำสวิงหยาบคมเกินไป ซึ่งเรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกรณีที่นักเลี้ยงปลาตู้จะต้องคำนึงไว้ก่อนทั้งสิ้น
           



ตามปกติสวิงที่ช้อนปลาควรจำทำให้มีมุมที่มนเล็กน้อย พอให้เข้ากับมุมตู้ปลาได้ แต่แน่นอนย่อมไม่ใช่แหลมจนอาจเกิดเป็นอันตรายแก่ปลา หรือเสียหายแก่ต้นไม้ที่ภายในตู้ปลา เมื่อถูกแง่ของสวิงนั้นขูดเข้า เว้นแต่สวิงสำหรับใช้ช้อนปลาตู้ที่กลมเป็นพิเศษ เช่น 6 เหลี่ยม 8 เหลี่ยม หรือกลมไปเลย จึงควรใช้สวิงอย่างกลมๆ เพื่อให้แนบกับกระจกตู้ได้ดีกว่า ส่วนร่างแหที่ใช้ก็ควรเป็นชนิดไนล่อน ซึ่งจะไม่อมน้ำและแห้งเร็วกว่าผ้า ไม่ค่อยผุง่ายเหมือนด้ายถักธรรมดา และเมื่อใช้แล้วก็ไม่ควรไปวางไว้บนฝากระจกตู้ อย่างที่บางคนชอบทำกัน เพราะนอกจากจะทำให้น้ำคาวปลาจับกระจกเป็นจุดด่างล้างไม่ค่อยออกแล้ว ยังทำให้โอกาสที่ลมจะโกรกสวิงได้มีน้อยลง ทำให้สวิงไม่ค่อยแห้งอีกด้วยเมื่อใช้แล้วทุกครั้งควรจะแขวนไว้ให้สวิงหมุนได้รอบตัวให้ลมโกรกได้รอบด้านและยิ่งกว่านั้นยังควรจะล้างน้ำที่สะอาดๆ เสียก่อนแขวนตากอีกด้วย สำหรับเด็กๆ นักเลี้ยงปลาที่ยังไม่ค่อยมีทุนรอนจะซื้อตู้ปลา แต่อาศัยใช้ขวดปากค่อนข้างแคบเลี้ยงปลา ควรจะใช้สวิงที่ทำด้วยลวดขนาดกลมโตสักครึ่งมิลลิเมตร ขดทับกันสักสองเส้นควบแล้วจึงใช้ผ้าโปร่งๆ เช่น ผ้ามุ้งตาเม็ดพริกไทย เป็นต้น ทำเป็นร่างแห เวลาจะหย่อนสวิงลงขวดก็บีบขดลวดให้แคบลงพอเข้ากับปากขวดได้ และเวลาจะใช้กับขวดใหญ่ก็ถ่างขดลวดนั้นออกให้เต็มขนาดสวิงนั้น ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่ใช้ขวดโหลใส่ปลาที่ท้องแก่ เมื่อปลาออกลูกแล้วตอนจะตักแม่ปลาออกก็ใช้สวิงแบบนี้ได้สบาย
            


นักเลี้ยงปลาหลายคนต้องเสียปลาไปในขณะที่ช้อนปลาออกมาเพราะไม่ได้ระมัดระวังว่า จะกระโดดเพราะปลาบางชนิดเมื่อช้อนขึ้นมาแล้ว ก็เหมือนกับปลาตาย คือนอนแน่นิ่งแทบไม่ไหวติงเลย แต่บางชนิดนั้นดิ้นพราดๆยิ่งเป็นปลาท้องแก่ด้วยแล้ว ถ้ากระโดดตกลงไปเป็นแท้งลูกแน่ๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องระวัง เลือกใช้แต่สวิงที่เหมาะกับขนาดและชนิดของปลา คือมีส่วนกว้างยาวพอกับตัวปลา และลึกพอที่จะใช้มือปิดปากสวิงในขณะที่ช้อนขึ้นมา โดยไม่ถูกต้องตัวปลา แต่สวิงนั้นก็ไม่ควรให้ลึกจนเกินไป จนอาจทำให้ครีบปลาเสียหายในขณะที่ปลาดิ้นอยู่ในสวิง เพราะสวิงลึกๆ โดยมากมักจะห่อตัวปลาเมื่อยกขึ้นมาตามธรรมดาที่ใช้ๆ กันโดยมาก สวิงเล็กๆ ขนาดกว้างไม่เกิน 3 นิ้วฟุต ยาวไม่เกิน 4 นิ้วฟุต ควรมีส่วนลึกไม่เกินส่วนกว้างหรือ 3 นิ้วฟุต แต่ถ้าเป็นสวิงใหญ่ๆ แล้ว ก็อาจทำให้ตื้นกว่าส่วนที่กล่าวนี้ก็ได้
            

ในต่างประเทศนิยมใช้สวิงแก้ว (Glass net) ช้อนปลาตัวเล็กๆ ตามซอกต้นไม้ หรือตามมุมตู้ เพื่อมิให้ต้นไม้เสียหายและสะดวกสบายกว่าสวิงธรรมดา ความจริงมันก็ไม่ใช่สวิงเสวิงอะไรหรอก นอกจากหลอดแก้วที่มีปลายแอ่นงอดังที่เคยได้อธิบายมาแล้วนั่นเอง แต่มีประโยชน์มากในที่ที่สวิงเข้าไม่ถึง และปลาไม่ค่อยรู้สึกตัวเพราะเป็นแก้วซึ่งใสและสังเกตไม่ค่อยได้ในน้ำที่ใสๆ ด้วยกัน บางทีอาจใช้ช้อนปลาตัวโตๆ ถึงขนาด 2 นิ้วก็ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ปลาที่ช้อนขึ้นมายังปลอดภัยดียิ่งกว่าเมื่อถูกช้อนด้วยสวิงธรรมดา เพราะในสวิงแก้วจะมีน้ำหล่อเลี้ยงปลาขึ้นมาด้วย
            

ขนาดของสวิงหรือที่ช้อนปลานี้ควรจะให้มีขนาดใหญ่ไปตามสัดส่วนของปลาด้วย เพื่อไม่ต้องเสียเวลามาก เช่น บรรดานักเลี้ยงปลาอาชีพเป็นต้น ซึ่งแน่นอนย่อมจะไม่ยอมเสียเวลามัวช้อนปลาทีละจัวสองตัว แต่จะใช้สวิงที่โตเกือบเท่าตู้ปลาลงไปช้อนปลาขึ้นมาทีละมากๆ แล้วก็เอาสวิงเล็กๆ อีกอันหนึ่งค่อยๆ เลือกตักเอาปลาที่ต้องการทีละตัวๆสวิงใหญ่ๆ เช่นนี้โดยมากใช้ผ้ามุ้งไนล่อน กับลวดอลูมิเนียมโตขนาด1 หุนหรือ 3 มิลลิเมตรเป็นกรอบเพื่อให้เบามือ
            
มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการช้อนปลาอยู่อีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเป็นปลาที่โตและหนักมาก เช่น ปลาออสการ์ หรือแยกเด็มเซ หรือปลาจูบขนาดใหญ่ๆ แทนที่จะใช้สวิงตักขึ้นมา สวิงนั้นถ้าไม่แข็งแรงก็อาจจะขาดได้โดยมากและสะดวกสบายกว่า เขาใช้ขันใบที่มีขนาดกว้างและลึกพอสมควรจ่อมลงไปดักอยู่ทางหนึ่ง เอาสวิงคลุมตัวปลาเมื่ออยู่ในขันไว้แล้วยกขันขึ้นมาโดยมีน้ำหล่อตัวปลาอยู่ด้วย อย่างนี้จะสะดวกและปลอดภัยแก่ตัวปลาดีกว่าใช้แต่สวิง



เว็บพนันออนไลน์  พนันบอลออนไลน์ แทงบอลออนไลน์ ที่ดีที่สุด ราคาดีที่สุด มั่นคงที่สุด คาสิโนออนไลน์  
พนันกีฬา มวย หวย ไพ่ ไก่ชน  สมัครผ่านทางไลน์ id Line : CASATHAI